ผนังมีชีวิต ที่ภูเก็ต

DSC_9757

ใครมาเที่ยวในเมืองภูเก็ตช่วงนี้คงได้เห็นสีสันใหม่ๆ ของภาพบนผนังตึกแถบเมืองเก่ากันแล้วนะครับ

..อันที่จริงแนวคิดนี้ได้มีการทดลองที่ถนนดีบุกใกล้สี่แยกร้านลกเทียนซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะไปถ่ายภาพและทานอาหารพื้นเมืองภูเก็ตกัน ภายใต้ชื่อโครงการ 100 of Arts Phuket ขนมศิลปะและบ้านเลขที่ 100 ซึ่งเจ้าของบ้านเลขที่ 100 ให้ศิลปินและผู้สนใจได้วาดภาพภายใต้ concept “ขนม-ศิลปะ” ลงบนผนังบ้านตัวเองจนเกิดเป็น land mark ใหม่ของภูเก็ต … หลังจากนั้นไม่นาน “ภูเก็ต” ก็ได้รับการคัดเลือกจาก UNESCO เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (ใครมาภูเก็ตก็คงทราบครับว่าที่นี่มีอาหารมากมายหลายชนิด ทั้งตะวันตก ตะวันออก แท้ดั้งเดิมไปจนถึงฟิวชั่น) และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ กลุ่มลูกหลานภูเก็ตภายใต้ชื่อ So Phuket จึงได้จัดทำโครงการ F.A.T Phuket (Foot Art Old Town) โดยเชิญศิลปินด้าน Street Art ทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมกันวาดภาพบนผนังในเขตเมืองภูเก็ตจำนวน 12 ภาพเพื่อบอกเล่าความผูกพันของวิถีชีวิตคนภูเก็ตกับอาหาร

DSC_0972…โครงการนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพราะมีอีก 2 ภาพที่ยังไม่ได้วาด และเดิมทีผมกะจะเขียนรีวิวตอนที่ภาพทั้งหมดวาดครบแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้ภูเก็ตฝนตกเกือบตลอดทำให้ไม่ทราบว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ จึงทำรีวิวก่อนดีกว่า เพื่อนๆ ที่กำลังจะมาเที่ยวภูเก็ตจะได้มีลายแทงติดมือไม่ต้องหากันให้เหนื่อย

…นอกจากภาพจากโครงการทั้งสองข้างต้นแล้ว ผมขอแถมจุดชม Street art ที่น่าสนใจอื่นๆ ใกล้เมืองภูเก็ตให้ด้วย เอาล่ะตามไปชมกันได้เลยครับ
Street art ของโครงการ 100 of Arts Phuket ขนมศิลปะและบ้านเลขที่ 100
พิกัด 7.8862064,98.3877519
ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนดีบุกตัดกับถนนเยาวราช เป็นจุดที่มีหลากหลายภาพจากหลากหลายศิลปิน บนผนังยาวราว 30 เมตร
DSC_9840 DSC_9796 DSC_9790 DSC_9237 DSC_9232 DSC_9223 DSC_9157 DSC_9154 DSC_9136 DSC_1082 DSC_1037 DSC_1035 DSC_1032 DSC_1031 DSC_1026 DSC_0992 DSC_0983 DSC_0982 DSC_0978 DSC_0976

ขอบคุณภาพ และเรื่องราว จากนายมด 

ประติมากรรมแกะสลักพระพุทธรูป วัดเขาซับพงโพด

13487762_866090660163246_453544019_n

วัดเขาซับพงโพด ตั้งอยู่ที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 90 กิโลเมตร ถือเป็นวัดป่าที่อยู่ห่างไกลจากชุมชน ทำให้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนักนอกจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งวัดเขาซับพงโพดแห่งนี้มีประติมากรรมพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ช่างได้แกะสลักไว้อย่างสวยงามบนหน้าผาที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกชื่อว่า ผาแดง และความสวยงามของประติมากรรมแกะสลักรูปพระพุทธรูปนี้จึงทำให้วัดเขาซับพงโพดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา

 

10617663_754896627900798_802419101_nพระอธิการประเทือง ธรรมปาโล เจ้าอาวาสวัดเขาซับพงโพด เปิดเผยว่า วัดเขาซับพงโพด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2527 มีพระภิกษุสงฆ์จำวัดอยู่เพียงไม่กี่รูป แต่ด้วยความที่ตนเองชอบงานศิลปะ และต้องการให้พุทธศาสนิกชนได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในวัด ประกอบกับวัดอยู่ติดกับเขาซับพงโพด และมีหน้าผาแดง  จึงได้ให้ช่างไปแกะสลักหน้าผาหินทราย เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน 2 องค์ ประกอบด้วยพระพุทธรูปปรางค์สมาธิมีชื่อเรียกว่า พระพุทธมุนี ขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 6 เมตร และอีกองค์เป็นพระพุทธรูปปรางค์ไสยาสน์มีชื่อว่า พระเชฏฐ์ไตรภพมุนี มีขนาดความกว้างของฐาน 16 เมตร สูง 2.5 เมตร ทั้งสององค์เป็นงานประติมากรรมนูนต่ำ

13510498_866090783496567_487259879_nโดยผลงานการแกะสลักนั้นมีการแกะสลักเก็บรายละเอียดอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่อุดมสมบูรณ์รายล้อม ทำให้ขณะนี้ประติมากรรมผาแดงกำลังเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว นอกจากวัดเขาซับพงโพดจะมีประติมากรรมพระพุทธรูปแกะสลักทั้ง 2 องค์แล้ว เมื่อนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปบนยอดสุดของผาแดง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นพื้นที่อำเภอเสิงสางได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

วิหารหลวงปู่โต โคราช

97193044

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ มูลนิธิหลวงพ่อโต หรือ วัดที่คุณสรพงศ์ ชาตรี สร้าง แต่คุณสรพงษ์ บอกว่าไม่ใช่วัด เป็นมูลนิธิ แต่บุคคลทั่วไปจะเรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆว่า วัดหลวงพ่อโต อำเภอสีคิ้ว ซึ่งที่นี่เดิมคือ วัดโนนกุ่ม ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ(ทางหลวง หมายเลข 2 )อำเภอสีคิ้ว ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 42 กิโลเมตร หากเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปนครราชสีมาจะผ่าน และเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะ สะดุดตาในความสวยงามของอาคารที่ก่อสร้างและการตกแต่งสถานที่โดยรอบ ตั้งแต่สวนหย่อมไม้ตะข่อยดัดในเกาะกลางถนนมิตรภาพตรงกับบริเวณมูลนิธิฯเลยทีเดียว

ประเพณีแห่เทียนพรรษา โคราช

IMG_7033

ประเพณีแห่เทียนพรรษา  ก่อนถึงวันเข้าพรรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ) พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะถือโอกาสเข้าวัดทำบุญ ถวายเทียนพรรษา ตามวัดวาอารามต่างๆ  ถึงแม้ว่าปัจจุบันการถวายเทียนได้ถูกปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับเหตุการณ์ เป็นการถวายหลอดไฟฟ้าแทนแล้วก็ตาม การถวายเทียนพรรษาก็ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยในฐานะประเพณีแห่เทียนพรรษา

สมัยก่อน ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์จะจำพรรษาอยู่ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอด 3 เดือน เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น ในการศึกษาพระธรรมคำสอนจำเป็นต้องอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงหรือแสงเทียน ชาวบ้านที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาก็จะนำเทียนที่มีอยู่ในบ้านออกมารวมกัน หล่อให้เป็นเทียนขนาดใหญ่ แล้วจัดขบวนฟ้อนรำแห่ต้นเทียนไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ตามวัด ด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ใดถวายเทียนพรรษาแด่พระภิกษุสงฆ์ ชีวิตจะสว่างไสวดุจแสงเทียน

โดยเทียนที่จะนำไปถวายตามวัดมีมีลักษณพิเศษกว่าเทียนทั่วไปคือ มีการแกะสลักลวดลายที่วิจิตรงดงามลงบนต้นเทียน หรือการพิมพ์ลายเทียนแล้วนำไปประดับบนต้นเทียน การประดับตกแต่งขบวนแห่ด้วยผ้าฝ้าย ผ้าไหม ดอกไม้สด เรียกได้ว่างานประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นงานประเพณีที่รวมเอาภูมิปัญญาชาวบ้านแขนงต่างๆ ในท้องถิ่นมาไว้ด้วยกัน  เช่น งานหล่อเทียน งานแกะสลักลวดลายไทย  งานประดับผ้าไหม ดอกไม้สด งานทอผ้าพื้นเมืองสำหรับเครื่องแต่งกายขบวนฟ้อนรำ การฟ้อนรำ เครื่องดนตรีประจำท้องถิ่น ฯลฯ